การวินิจฉัยสารก่อภูมิแพ้ และการป้องกันโรค การวินิจฉัยสารก่อภูมิแพ้ และแนวป้องกันอาการภูมิแพ้อากาศ โรคภูมิแพ้ Allergy นั้น… เราอาจวินิจฉัยเบื้องต้นได้จากอาการบ่งชี้ต่าง ๆ เช่น เป็นหวัดเรื้อรังนานเกินกว่า 1 เดือน มีอาการไอ หรือหายใจดังเป็นเวลานาน คันบริเวณดวงตา หรือเป็นผื่นคันมานาน เป็นต้น ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีความรุ่นแรงของอาการภูมิแพ้มากน้อยต่างกัน บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย บางคนมีอาการแพ้รุนแรง สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ที่มีอาการแพ้รุนแรง จะสามารถรับรู้ได้ในทันทีที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้ หรือภายใน 2-3 ชั่วโมงในผู้ป่วยทั่วไป สำหรับอาการแพ้ในผู้ป่วยภูมิแพ้ระบบทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้เข้าไป เริ่มแรกจะมีผื่นคัน เป็นลมพิษ หรือมีผื่นแดงขึ้นทั้งตัว มีอาการคันที่ตาและเปลือกตาบวมแดง เกิดอาการคัดจมูก แน่นหน้าอก รู้สึกหายใจลำบาก แล้วตามมาด้วยอาการแน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม เวียนหัว ตามมาด้วยเป็นต้น สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้อากาศ จะมีอาการคัดจมูกหายใจไม่ออก น้ำมูกไหล จาม คันที่ตาและมีน้ำตาลไหล ดังนั้นผู้ที่มีอาการโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง จึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอาการและหาสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายของตน เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้…

  “โรคแพ้ตึก” แก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงอากาศ คนไทยในยุคก่อนมีบ้านอยู่ท่ามกลางธรรมาชาติที่มีอากาศดีแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาพรรณ ที่ทำงานก็เป็นอาคารเปิดโล่งรับลมจากธรรมชาติ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ บางส่วนเปลี่ยนจากบ้านไปอยู่คอนโดมิเนียม บางส่วนอาศัยอยู่ในตึกแถวข้างถนน หรือในทาวเฮ้าส์เล็กๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดไม่มีอากาศถ่ายเทตามธรรมชาติ ห้องทำงานหรือสำนักงานเปลี่ยนเป็นห้องปรับอากาศ เมื่อเป็นห้องปรับอากาศก็ต้องจัดทำเป็นห้องขนาดเล็กเหมาะสมลงตัวกับจำนวนโต๊ะทำงานเพื่อประหยัดพลังงาน จึงเป็นห้องที่มีพื้นที่จำกัดเช่นเดียวกัน ส่งผลให้เป็นโรคแพ้ตึก หรือ Sick Building Syndrome SBS โรคแพ้ตึก อาคาร หรือ Sick Building Syndrome โรคนี้ถือเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงกันในวงกว้าง แต่ก็เป็นโรคที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นลักษณะของอาการที่เป็นภัยคุกคามขั้นสูงสุดต่อกลุ่มคนวัยทำงาน โรคแพ้ตึกนี้เกิดขึ้นจากการไม่ได้ถ่ายเทอากาศหรือถ่ายเทอากาศไม่เพียงพอ สาเหตุของการเกิดโรคแพ้ตึกมาจากหลายปัจจัย ดังนี้ 1. ไม่มีการระบายอากาศหรือมีการระบายอากาศในตึกไม่เพียงพอ ทำให้ภายในห้องมีออกซิเจนต่ำเพราะร่างกายของเราใช้ออกซิเจนทุกลมหายใจ เมื่อไม่มีการนำอากาศใหม่จากภายนอกที่มีออกซิเจนเข้าไปในอาคาร อากาศภายในห้องจึงมีออกซิเจนต่ำ ส่งผลให้เกิดอาการมึนงงเมื่ออยู่ในห้องนานๆ เมื่อออกจากอาคารอาการก็หายไป กลับเข้าไปก็จะเกิดอาการเก่าอีก นอกจากขาดออกซิเจนแล้วเรายังหายใจเอาอากาศเก่าที่ปนเปื้อนเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในปอดซ้ำๆ ซากๆ ในทุกๆ วัน ทำให้มีอาการคันที่ตาแสบตา คัดจมูก แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เมื่อออกจากอาคารอาการก็หายไป กลับเข้าไปก็จะเกิดอาการเก่าอีก 2. มีไอระเหยของสารเคมี ในเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น…

  โรคภูมิแพ้อากาศ ถึงแม้จะไม่ใช่โรคอันตรายถึงชีวิต แต่เป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต จากการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ และดวงตา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธีเมื่อเป็นนาน ๆ เข้าจะกลายเป็นโรคหอบหืดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้นเหตุของโรคภูมิแพ้อากาศ ร้อยทั้งร้อยเกิดจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ของร่างกาย อากาศภายในบ้านเป็นที่หมุนเวียนอยู่ในห้องนอน หรือห้องโถง โดยไม่มีการถ่ายเทอากาศใหม่เข้าไปในบ้าน เป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ที่ทำอันตรายให้แก่ร่ายกายของเราทุกเวลานาที จะพูดว่าทำร้ายตัวเองทุกลมหายใจก็ไม่ผิด นอกจากนั้นไรฝุ่นในที่นอน ที่กำจัดอย่างไรก็ไม่หมด เพราะมีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วจนไม่มีทางกำจัดให้หมดสิ้นไปได้อย่างสิ้นเชิง ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ Allergy รักษาไม่หายเช่นกัน แม้ว่าห้องนั่งเล่นของคุณจะดูดีสวยงามแค่ไหน ห้องนอนของคุณจะสวยงามเพียงใด ห้องดูหนังฟังเพลงจะมีเครื่องเสียงเริดหรูเพราะพริ้งเพียงใด แต่ถ้าเป็นห้องที่มีฝุ่นละอองหรือสารก่อภูมิแพ้สะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ห้องเหล่านี้ก็สามารถทำให้ท่านและคนในบ้านเป็นโรคภูมิแพ้ได้โดยไม่คาดคิด และจะนำมาสู่โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อีกมากมาย การป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ย่อมดีกว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ในที่นี้จะขอแนะนำ เคล็ดลับ 8 ข้อ ในการทำสะอาด ปราศจากฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ ดังนี้ 1.เลือกซื้อน้ำยาทำความสะอาดบ้าน ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุก ๆ บ้านต้อง “ทำความสะอาด” แต่การทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาเคมี อาจเป็นตัวก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศภายในบ้าน เพราะน้ำยาขัดห้องน้ำ น้ำยาถูบ้าน ฯลฯ ล้วนมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อน้ำยาปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม…

2015 © Copyright - Fresh O Design by Custard Apple

Call Center   099-187-9977