การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าผู้สูงอายุดูแลสุขภาพอย่างดี ก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่ชอบได้ตามต้องการ แต่ถ้าสุขภาพไม่ดีหรือเจ็บป่วย ทำให้ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล และยังเป็นภาระกับลูกหลานด้วย

ผลการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 11.31 ล้านคน เป็นหญิง 6.23 ล้านคน ชาย 5.08 ล้านคน ซึ่งสัดส่วน ผู้สูงอายุวัยต้น (60-69 ปี) ร้อยละ 57.4 วัยกลาง (70-79 ปี) ร้อยละ 29 และวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป)   ร้อยละ 13.6 จะทำให้เห็นว่า ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้อายุยืนนั้นก็คือการที่มีสุขภาพที่ดี

การมีสุขภาพดีนั้นต้องมีหลัก 4 อ >>> อาหารดี อากาศดี ออกกำลังกายดี และอารมณ์ดี  มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ อ. 1 อากาศ ควรจัดสถานที่ ให้มีอากาศบริสุทธิ์หายใจ ร่างกายจะสดชื่น และมีความสุข นั่นคือ พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์ อ. 2 อาหาร ควรกินอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการ อาหารดีที่คุณค่า อ. 3 ออกกําลังกาย ร่างกายจะเกิดความสบาย และสดชื่น แจ่มใส เมื่อได้มีการเคลื่อนไหว โรคภัยไข้เจ็บก็จะน้อยลง  อ. 4 อารมณ์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าอารมณ์เสีย หรือหงุดหงิด จะทำให้ระบบการทำงานในร่างกายเสียความปกติ เริ่มต้นตั้งแต่ระบบการหายใจ การทำงานของหัวใจ ความดันเลือด ตลอดจนน้ำย่อยอาหาร

ในหลัก 4 อ นี้ ประชากรส่วนใหญ่ที่รักษาสุขภาพ จะให้ความสำคัญกับ อาหารดีๆ การออกกำลังกายดีๆ มีอาหารเสริมดีๆ แต่ละทิ้งเรื่อง อารมณ์ดี และอีกปัจจัยที่ประชากรจะคำนึงถึงน้อยที่สุด คือ การมีอากาศที่ดี จากผลสำรวจประชากรที่มีอายุยืนที่สุดนั้น ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับประทานอาหารดีๆ แต่เป็นคนที่ได้รับอากาศที่ดี ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในต่างจังหวัด ไม่ใช่ในกรุงเทพฯ เพราะใน กรุงเทพฯ นั้นมีแต่มลพิษ ฝุ่นละออง ควันพิษที่ลอยอยู่ในอากาศ

จะทำให้เห็นว่าการที่ประชากรจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากต้องมีอาหารดี ที่มีประโยชน์ ยังต้องออกกำลังกายพอเหมาะ ต้องมีอารมณ์ดี และต้องมีอากาศดีๆ ด้วย ซึ่งอากาศดีๆ คือ อากาศตามธรรมชาติที่มีออกซิเจน 21% ในระดับมาตรฐาน และต้องเป็นอากาศที่สะอาด ปราศจากมลพิษทางอากาศ และเชื้อโรค เราอยู่ในเมืองใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยมลพิษจากรถยนต์ การที่จะได้รับอากาศที่สะอาดจริงๆ นั้นเป็นเรื่องยากมาก

เพราะฉะนั้น การดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ คือการทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก มีอากาศที่สดชื่นอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าหากสภาพแวดล้อมในบ้านเต็มไปด้วยเชื้อโรค เชื้อโรคก็จะเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ ในผู้สูงอายุร่างกายเริ่มเสื่อมถอย จึงต้องดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านให้ดี  มิฉะนั้นอาจเป็นโรคปอด โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจอื่น และโรคติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ดังนั้นการรักษาสภาพอากาศภายในบ้านให้มีอากาศที่ดี จึงเป็นเรื่องที่ใส่ใจเป็นพิเศษ

คนส่วนใหญ่คิดว่าเครื่องปรับอากาศช่วยได้ แต่ความเป็นจริงน้อยคนที่รู้ว่าเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศแบบ  ตั้งพื้นภายในบ้านไม่สามารถสร้างออกซิเจนได้ ทางเดียวที่เราจะได้รับออกซิเจนคือ ต้องระบายอากาศ ซึ่งการระบายอากาศในอาคารใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ ใช้วิธีเติมอากาศสะอาดเข้าไปโดยตรง อากาศจะสะอาดมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของไส้กรองเป็นหลัก แต่การระบายอากาศในบ้านโดยทั่วไปใช้วิธีการดูดอากาศภายในออก และให้อากาศ  ข้างนอกเข้ามาแทนที่ แต่อากาศที่เข้ามานั้นจะไม่สะอาดเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและเชื้อโรค การใช้เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละอองภายในบ้านที่ปลายเหตุ เพราะเราปล่อยให้ฝุ่นละอองเข้ามาก่อนแล้วจึงกำจัดมันออกไป ส่วนการไม่ระบายอากาศจะทำให้ภายในห้องขาดออกซิเจนและเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ที่วงเวียนอยู่ภายในบ้าน

ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ด้วย #เครื่องฟอกอากาศสำหรับเพิ่มออกซิเจน เป็นระบบที่ย่อส่วนเครื่องเพิ่มออกซิเจนของอาคารใหญ่ นำมาใช้กับบ้านและอาคารสำนักงานขนาดเล็ก เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มออกซิเจน อีกทั้งยังช่วยให้บ้านปลอดฝุ่นและเชื้อโรคได้ด้วย เป็นระบบป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ใช้งานง่าย กินไฟน้อย ดูแลรักษาง่ายใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักได้หลายปี เป็นนวัตกรรมของนักประดิษฐ์ไทย ได้รางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติและกรมทรัพย์สินทางปัญญา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) http://www.nso.go.th

:  http://www.kjorn.com/เกร็ดความรู้/ดูแลผู้สูงอายุ-ด้วยอากาศ

http://www.ocsb.go.th/upload/contents/20/attachfiles/F9696_4A2552.pdf

CategoryUncategorized
Write a comment:

*

Your email address will not be published.

2019 © Copyright - Fresh O Design by Custard Apple

Call Center  Call: 064-995-6293 (Bangkok), 091-791-5364 (Chiangmai)

ติดต่อ - สอบถาม