ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัดหรือคีโม จะต้องมีห้องพักที่มีความสะอาดเป็นพิเศษเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อในกระแสเลือดที่เข้าสู่ร่างกายทางปอด และทางบาดแผล

โรคมะเร็งเป็นภัยเงียบที่คุกคามประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน และผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกปีละ 13.7  ล้านคน เสียชีวิตสูงถึงปีละ 7.6 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ

การรักษากระทำได้หลายวิธี ได้แก่ การผ่าตัด (Surgery) รังสีรักษา (Radiotherapy) ยาฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy) การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) และ เคมีบำบัด (Chemotherapy)

การรักษาด้วย เคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “คีโม” เป็นวิธีการรักษาที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน คือ การให้ยาเพื่อทำลาย หรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง แต่คีโมส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติทั่วไปของร่างกายด้วย ทำให้มีอาการแทรกซ้อน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปากอักเสบ เบื่ออาหาร ภูมิต้านทานต่ำ ท้องเสีย ผมร่วง

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับเคมีบำบัด ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  พักผ่อนให้เพียงพอและเพิ่มการนอนพักในช่วงกลางวันอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน หากมีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ ควรทำอารมณ์และจิตใจให้พร้อมรับการรักษา โดยลดความกลัวและความวิตกกังวลลง

การดูแลตนเองขณะรับเคมีบำบัด ให้ผู้ป่วยสังเกตผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา ถ้ารู้สึกปวด บวม แดง หรือสงสัยว่ามียารั่วซึมออกนอกหลอดเลือดต้องแจ้งพยาบาลทันที นอกจากนี้ การดื่มน้ำมากๆ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยขับสารเคมีที่อาจตกค้างในร่างกายออกทางปัสสาวะ ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ควรปรึกษาแพทย์

นอกจากการรักษาด้วยคีโม ยังมีแนวทางรักษาแบบธรรมชาติบำบัดโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต คนเป็นมะเร็งส่วนใหญ่จิตใจจะห่อเหี่ยว และสิ้นหวัง แต่การรักษามะเร็งนั้นจิตใจสำคัญที่สุด เราควรสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ทำจิตใจให้แจ่มใส อารมณ์ดี ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และสูดอากาศที่บริสุทธิ์

ห้องสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในขณะที่รักษาด้วยคีโม จะต้องเป็นห้องที่มีความสะอาดเป็นพิเศษเพราะผู้ป่วยจะมีภูมิต้านทานเชื้อโรคลดลง เนื่องจากเซลล์ต่างๆ ในร่างกายส่วนหนึ่งถูกยาเคมีทำลายไปพร้อมๆ กับเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องรักษาความสะอาดร่างกายและสภาพแวดล้อมอย่างดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การทำ“ห้องปลอดเชื้อ”เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ปอดและแผลกดทับของคนไข้ได้เป็นอย่างดี การทำ“ห้องปลอดฝุ่น” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคก่อตัวขึ้นภายในห้องของผู้ป่วย นอกจากนี้“การเพิ่มออกซิเจนภายในห้อง”ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยมะเร็ง เพราะเซลล์ต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ต้องการออกซิเจนทุกวินาที ร่างกายจะแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาด้วยคีโมต้องได้รับออกซิเจนมากเป็นพิเศษร่างกายจึงจะสามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาวะปกติได้ แต่เนื่องจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถสร้างออกซิเจนได้ การติดตั้ง“เครื่องฟอกอากาศสำหรับเพิ่มออกซิเจน”จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของผู้ป่วยโรคมะเร็งระหว่างที่ทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยมะเร็งควรทราบคือ ห้องที่ไม่มีการระบายอากาศจะเกิดการสะสมของเชื้อโรคภายในห้อง

ด้วยความปรารถนาดีจาก #G-Life

#เครื่องฟอกอากาศสำหรับเพิ่มออกซิเจน https://www.glifeair.com/

#ระบบฟอกอากาศสำหรับโรคภูมิแพ้ http://fresho2pureair.com/

#บ้านปลอดฝุ่น ที่มีอากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย http://www.dustfreehouses.com/

แหล่งข้อมูล :

http://hocc.medicine.psu.ac.th/files/khowledge/04april_2012.pdf

http://www.thethaicancer.com/Webdocument/People_article/People_article_001.html

https://www.bumrungrad.com/th/horizon-cancer-treatment-center-chemotherapy-bangkok-thailand/procedures/chemo-therapy

CategoryUncategorized
Write a comment:

*

Your email address will not be published.

2019 © Copyright - Fresh O Design by Custard Apple

Call Center  Call: 064-995-6293 (Bangkok), 091-791-5364 (Chiangmai)

ติดต่อ - สอบถาม